2009/Jun/30

สวัสดีคับ เพิ่งจะอยากอัพขึ้นมา ผมได้มีโอกาศเขียน Tempo ให้กับ isamaremag.com มาได้ 2 ฉบับแล้ว

และเมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่แล้วตามที่ได้รู้ข่าวการจากไปของ ไมเคิล ผมเลยอยากจะเขียนอะไรถึงเขาไว้สักนิดนึง

-------------------------------------------------------------------------
ชายผู้ที่จะเติบโตมาเป็นศิลปินชื่อก้องโลกได้ถือกำเนิดขึ้นในปี1958 ที่ Indiana, USA

Michael Jackson มีชื่อเต็มว่าMichael Joseph Jackson

เขาได้เข้าสู่เส้นทางสายดนตรีด้วยวัยเพียง 11 ปีโดยเริ่มจากการเป็นสมาชิกวง The Jackson5 จากจุดนั้น
อีก 4 ปีต่อมาเขาก็ได้มีอัลบั้มเดี่ยวเป็นของตัวเองในช่วงนั้นถึง 4 อัลบั้ม ก่อนที่จะประสบความสำเร็จกับ
อัลบั้ม Off the wall ที่ออกมาในปี 1979 ด้วยแนวเพลงที่แหวกตลาดและท่าเต้นอันเป็นที่โดดเด่นในยุคนั้น
อัลบั้มต่อมาที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ อัลบั้ม Thriller ในปี1982ที่ตอกย้ำความเป็นราชาของเขาได้อย่างดี
และผลงานอัลบั้มอื่น ๆ ก็ทยอยตามมาเรื่อย ๆ อาทิ Badในปี 1987, Dangerous ในปี1991
ที่มีทัวร์คอนเสิร์ตไปรอบโลกโดยใช้ชื่อทัวร์ว่าDangerous worldtour ต่อมาในปี 1995 เขาก็ออกอัลบั้ม
HIStoryและอัลบั้ม Invincibleในปี 2001 แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร


ผมเป็นคนหนึ่งที่เกิดทันช่วงที่ Michael กำลังดังถึงขีดสุดและได้ติดตามเขาจากโทรทัศน์ซึ่งในขณะนั้น
ไม่มีอินเตอร์เน็ตให้ใช้กันอย่างแพร่หลายอย่างในปัจจุบัน ผมจำความประทับใจที่มีต่อเขาในข่วงเวลานั้นได้ดี
แม้ว่าช่วงหลายปีที่ผ่านเขาจะดูเพี้ยน ๆ ไปบ้าง แต่เมื่อได้รู้ข่าวการจากไปของเขามันรู้สึกเหมือนความทรงจำเก่า ๆ
ได้ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง ผมไม่เคยรู้สึกใจหายกับการจากไปของศิลปินคนไหนได้เท่าเขาเลย

ฉบับนี้ผมจึงขอแนะนำ 3เพลงที่คิดว่าเป็นที่สุดของเขาให้ทุกคนได้รำลึกถึงเขาอีกครั้งกัน

 

 

His Music Will Live Forever.


ขอบคุณข้อมูลจาก Wikipedia

-------------------------------------------------------------------------


Michael Jackson - Thriller

 

อัลบั้ม Thriller ปี 1982

 

อัลบั้มเดี่ยวลำดับที่ 6 แต่ถือเป็นอัลบั้มที่2ในฐานะราชาเพลงป็อป ของ Michealอัลบั้ม Thriller ออกมาในปี 1982
ได้ทำยอดขายสูงสุดตลอดกาลและเป็นอัลบั้มที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ๆ ให้กับวงการดนตรีในตอนนั้น ไม่ว่าจะเป็น
การยกระดับการทำมิวสิควิดีโอที่ใส่ใจในการผลิตมากขึ้นหรือจะเป็นการสร้างสรรค์ท่าเต้น ที่มีเอกลักษณ์ของเขา
อันเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆ คนให้รักในการเต้นแบบเขา เพลงนี้เขาได้ทำมิวสิควิด๊โอเป็นเหมือนภาพยนตร์สั้น
ขึ้นมาหนึ่งเรื่องความยาว 14 นาทีถือว่าเป็นการกระตุ้นให้ศิลปินคนอื่นๆมาสนใจในการผลิตมิวสิควิด๊โอให้ดีขึ้น
อัลบั้มนี้ได้มีการฉลองครบรอบ 25 ปี ในปี 2008 โดยการนำกลับมาทำใหม่ และมีศิลปินในยุคปัจจุบันมาร่วมร้องด้วย
และเพิ่มแผ่น DVD ที่มีมิวสิควิดีโอเข้าไปด้วย
Michael Jackson – SmoothCriminal

อัลบั้ม BAD ในปี 1987

อัลบั้มนี้ออกมาหลังจากอัลบั้มก่อนหน้านี้ถึง 5 ปี เพลงนี้ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเพลงอมตะของเขาอัลบั้มนี้เปลี่ยนมาดเขา
จากนักร้องเพลงป็อปใส ๆ ไปเป็นหนุ่มBad Boy และเป็นอัลบั้มแรกที่เขาเริ่มเปลี่ยนสีผิวตัวเองให้ขาวขึ้น
จากการเป็นโรคด่างขาวเพลงนี้ได้ไปอยู่ในหนังของเขาเรื่อง Moonwalker ในฉากที่อยู่ในไนท์คลับยุด30S
มิวสิควิดีโอเพลงนี้จึงมีส่วนคล้ายกับในภาพยนตร์ แต่แตกต่างกันบ้างเล็กน้อยต่อมาท่าเต้น Moonwalk และ Anti-Gravity
ก็เป็นเครื่องหมายการค้าของเขาไปโดยปริยาย โดยมีการนำ Michael ไปทำเป็นวิดีโอเกม โดยใช้ชื่อว่า Michael
Jackson's Moonwalker แถมยังมีเพลงนี้เป็น Background Music ในด่านแรกด้วย
มีวงดนตรีรุ่นใหม่นำเพลงนี้มาทำใหม่มากมายแต่ที่ประทับใจก็จะมีแต่ Alien Ant Farm เท่านั้น และในช่วงนี้เองที่เขา
ทำการก่อสร้างคฤหาสน์ของเขาที่ชื่อว่าNeverland ที่มีสวนสนุกอยู่ในตัว เป็นการแสดงตัวตนอีกด้านที่ยังเป็นเด็กของเขา
ออกมา


Michael Jackson – Black Or White

อัลบั้ม Dangerous ปี 1991

ถือเป็นอัลบั้มที่อยู่ในยุคที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของMichael จากความสำเร็จของอัลบั้มนี้
ทำให้เขาได้เปิดคอนเสิตร์ทัวร์รอบโลกขึ้นเพื่อนำรายได้เข้ามูลนิธิของเขาจนเกิดกระแส Michael Fever
ขึ้นในเมื่อไทยเพลงนี้เป็นเพลงฮิตตลอดกาล ของ Michael อีกเพลงขึ้นอันดับหนึ่งในBillboard Hot 100
อันดับหนึ่งใน3สัปดาห์และขึ้นอันดับหนึ่งในที่อื่นๆทั่วโลก
โดยในช่วงนี้เขาได้แสดงตัวว่าช่วยเหลือมูลนิธิต่างๆและได้ก่อตั้งมูลนิธิ Heal the world
ขึ้นเขายังเป็นผู้รับอุปการะเด็กๆที่โดนผลกระทบจากสงครามและโรคภัยต่างๆมากมาย
แต่ดูเหมือนความใจบุญของเขาจะไม่เป็นผลเนื่องจากเขายังโดนข้อหากระทำอนาจารกับเด็กชายหรือโดนฟ้องร้อง
จากคดีความต่างๆอยู่มากมาย 

ในด้านการใช้ชีวิตนั้น เขาไม่เคยใช้ชีวิตแบบธรรมดาสามัญชนแต่กลับใช้เงินมากไปกับชีวิตที่หรูหราฟุ่มเฟือย
และการทำศัลยกรรมตัวเขาเอง แต่ในทางกลับกันนั่นอาจจะทำให้เขาคือผู้สร้างสรรค์ผลงาน 
ที่น่าอัศจรรย์อย่างแท้จริงและตอนนี้เขาได้เป็นตำนานอีกหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ของโลกใบนี้ไปตลอดกาล.

คิดถึงเขาเนอะ

2008/Sep/14

เมื่อวานนนี้ผมได้ไปเดินที่สวนจตุจักร กับแฟนและน้องสาว

 

แล้วเรื่องของเรื่องคือผมไปสะดุดตาเข้ากับร้านเสื้อยืดร้านนึง มันเป็นเนื้อผ้าแบบที่อยากได้ แต่ลายเสื้อนี้สิ มันลายที่ผมวาดนี่หว่า มันเป็นลายที่ผมวาด พี่ Kurt  แฟนผมเดินตรงเข้าไปที่ร้าน ตอนนั้นเราเดือดทั้งคู่ ผมเจอไรอย่างนี้ผมสั่นเลยน่ะ น้องผมได้แต่งงๆ แฟนเข้าไปถามว่าใครเป็นคนทำลายนี้หรอค่ะ คนขายเขาชี้ไปที่รูปสติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่ข้างตู้ มันเป็นรูปต้นแบบที่ผมเอามาวาดอ่ะแหละ คุยไปคุยมาเจ้าของร้านมา ผมก็บอกว่า เอามาอย่างนี้ทำไมติดติดต่อเจ้าของผลงานก่อนละ เอามาค้าขายมันโคตรจะน่าเกลีัยดเลยนะ ถ้าทำแจกฟรีผมจะไม่ว่าอะไรเลย(พับผ่าเด่ะ) ก็รู้ว่าลายเสื้อมันก็ก็อปๆของอันนู้นอันนี้มา แต่มาเจอกับตัวเองมันรู้สึกแย่มากๆ 

 

เขาถามผมว่าเออแล้วพี่จดลิขสิทธิ์หรือป่าว ใครจะบ้าไปจดอ่ะคับ ผมวาดไม่ได้ตั้งใจจะเอามาทำอย่างนี้อ่ะ  แฟนผมโทรไปหาพี่ปรึกษาว่าอย่างนี้จะทำอะไรได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้เรื่องอะไร ถามใครก็บอกว่าอย่างนี้ทำอะไรไม่ได้หรอก ในสวนมันก็เป็นแบนี้หลายร้าน(จากที่เจ้าของร้านเขาบอกมานะ) ให้เขาเอาลายเสื้อของเราลง พอเราไปเขาก็เอามาขายอีก ผมก็เลยพอ เดินออกมา แล้วก็บอกเขาว่า ขอบใจนะที่ช่วยเผยแพร่งาน และขอให้โชคดีละกันนะ  แต่แฟนผมเค้ายังไม่ยอมเลยให้เอาลายนี้ลง ก็โอเคเดินจากมาอย่างตะงิดใจ

 

ที่เดินเข้าไปผมไม่อยากเอาเรื่อง ไม่อยากได้ตัง ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้มันจะได้อะไร ไม่ไปเจอน่าจะดีกว่า

 

นิทาน์เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า......

    1.ทำงานออกมาควรไปจดลิขสิทธิ์นะ ไม่งั้นโดนขโมยไปทำอะำไรไม่ได้นะ

    2.เจออย่างนี้ซื้อมันเลยมาใส่โชว์ กูมีลายเสื้อเป็นของตัวเองนะเว้ย

    3.ควรดีใจมีคนที่ชื่นชอบงานเราขนาดเอาไปทำเป็นสินค้าขายเลยนะ

     4.ทำใจเพราะทำอะไรไม่ได้ คิดซะว่าเป็นเวรกรรมที่บริโภค MP3 แหละกัน

 

ผมนั่งรถกลับบ้านพร้มจิตใจที่หงุดหงิด ทำเสื้อขายแข่งกะเขาเลยดีไหม หรือจะช่างมันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นดี  นั่งคิดไปคิดมาก็ได้แต่..........เฮ้อ

2008/Apr/08

 

 

 เหมือนมีคนมาจูงให้เดิน

ก็อยู่ที่เรา

ว่าจะเดินไปตามเขา

 

หรือ

เดินตามทางเราเอง

 

แต่ถ้าไม่คิดไรมาก

ก็เดินๆตามเขาไปเหอะ 

 

ปล.ช่วงนี้ทำไหมขี้เกียจจังเลยค้าบ ใครเป็นแบบผมมั่ง ยกมือ